วงดนตรี

.riverlightmusic.com

 

ทฤษฏีดนตรี พื้นฐาน

การเล่นดนตรีให้ได้ดีนั้น ต้องมีพื้นฐานที่ดีทั้งภาคปฎิบัติและภาคทฤษฎีในภาคปฏิบัตินั้นต้องหมั่นฝึกฝนตลอดเวลาโดยเฉพาะ

เทคนิคต่างๆของเครื่องดนตรีที่ตนเองเล่น ส่วนเทฤษฏีต้องหมั่นค้นคว้าศึกษารวมถึงการบันทึกบทเพลงให้ถูกต้องด้วย

ดนตรี คือ เสียง เสียงเกิดจากการสั่นไหวของวัตถุโดยมีอากาศเป็นสื่อผ่านถึงหูมนุษย์เรา ถ้าการสั่นไหวนั้นสม่ำเสมอก็จะเกิดเสียง

ไพเราะที่เราเรียกว่า " เสียงดนตรี"

ลัษณะของเสียงทั้งหลาย แตกต่างกันได้ 5 อย่าง ดังนี้

  1. ความสั้น-ยาว เรามีวิธีวัดความสั้น-ยาวของเสียง โดยใช้ " จังหวะหรือส่วนของจังหวะที่สม่ำเสมอเป็นเกณฑ์วัด

    "ถ้าเสียงใดมีจังหวะหรือส่วนของจังหวะมากกว่าอีกเสียงหนึ่งเสียงนั้นจะเป็นเสียงที่ยาวกว่าและใช้รูปร่างลัษณะต่างๆ

    ของตัวโนัดเป็นเครื่องหมายแสดงใ ห้ทราบ เช่น ตัวกลม ตัวขาว ตัวดำ และตัวเขบ็ตต่างๆเป็นต้น

  2. ความสูง-ต่ำของเสียง เรามีวิธีวัดความสูง-ต่ำของเสียง โดยใช้ "ความถี่สม่ำเสมอเป็นเกณฑ์วัด

    " ถ้าเสียงใดมีความถี่ต่อวินาทีมากกว่าเสียงหนึ่ง เสียงนั้นจะเป็นเสียงที่สูงกว่า และใช้บรรทัด 5 เส้น

    เป็นเครื่องหมายแสดงความสูง-ต่ำ ของเสียง

  3. การเน้นของเสียง เรามีวิธีวัดการเน้นของเสียง โดยใช้ "ความสำคัญของเสียงเป็นเกณฑ์วัด

    " ถ้าผู้ประพันธ์เพลงต้องการให้เสียงใดสำคัญก็จะเ้น้นเสียงนั้น และใช้เครื่องหมาย > ^ อักษรย่อของ

    ภาษาอิตาเลี่ยน และ เส้นกั้นห้อง แสดงให้เราทราบว่า เสียงใดเน้น และ เสียงใดไม่เน้น

  4. ความดัง - เบาของเสียง เรามีวิธีการวัดความ ดัง - เบาของเสียง โดยใช้ "ความกว้างของการสั่นไหวของเสียงเป็นเกณฑ์วัด "

    ถ้าเสียงใดมีการกว้าง ของการสั่นไหว กว้างกว่าอีกเสียงหนึ่ง เสียงนั้นจะดังกว่า และ ใช้อักษรย่อของ ภาษาอิตาเลี่ยน แสดงให้ทราบ

    เช่น f ย่อมาจาก FORTE แปลว่า " ดัง" p ย่อมาจาก PIANO แปลว่า " เบา "

  5. คุณลักษณะเฉพาะของเสียง เรามีวิธีการวัดคุณลักษณะเฉพาะของเสียง โดยใช้ " วัตถุที่ใช้ในการสั่นไหวเป็นเกณฑ์วัด "

    ถ้าวัตถุต่างกันจะทำให้เสียงที่เกิดขึ้นต่างกันและใช้โสตประสาทหูของมนุษย์เราเป็นเครื่องตัดสินเปรียบเที่ยบกับสิ่งที่ทราบมาก่อน

จากคำอธิบายดังกล่าว เราสามารถทำตรางจำแนกได้ดังนี้

 

ลักษณะที่แตกต่าง
เกณฑ์ที่ใช้วัด
แสดงให้ทราบโดย

1. สั้น - ยาว

จังหวะหรือส่วนของจังหวะ

รูปร่างลักษณะของตัวโน้ด
2. สูง - ต่ำ

ความถี่ที่สม่ำเสมอ

บรรทัด 5 เส้น ระยะสูงหรือต่ำของตัวโน้ด
3. การเน้น

ความสำคัญของเสียง

เครื่องหมาย > ^ อักษรย่อเส้นกั้นห้อง
4. ดัง - เบา

ความกว้างของการสั่นไหวของเสียง

อักษรย่อของภาษาอิตาเลี่ยน f , p
5. คุณลักษณะเฉพาะของเสียง

วัตถุที่ใช้ในการสั่นไหว

หูฟังและเปรียบเทียบ


บทที่
1

ชื่อ และ อักษร แทนเสียงดนตรี

ดนตรี หมายถึง “ ลำดับเสียงอันไพเราะ” ( จากพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน) และ

พจนานุกรมเวสเตอร์ให้ความหมายว่า

“ ดนตรี (Music ) คือ ศิลป์ และศาสตร์ของการร้อยกรองเสียงร้อง หรือ เสียงดนตรีเข้าเป็นทำนอง จังหวะ ลีลากระแสเสียง

เสียงประสาน เพื่อให้เป็นบทเพลงที่มีโครงสร้างที่สมบูรณ์ และก่อให้เกิดความรู้สึกต่างๆ”

เสียงดนตรี เรียกชื่อเป็นภาษาอินตาเลียน เรียงลำดับจากเสียงต่ำไปหาเสียงสูง

 

1. ตัวโน้ตดนตรี

เป็นระบบการบันทึกแทนเสียงดนตรีที่มีมาตั้งศตวรรษที่ 11

โดย กีโด เดอ อเรซ์โซ ( Guido d’ Arezzo, 995-1050) บาทหลวง ชาวอิตาเลียน

ต่อมาได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสมบูรณ์อย่างที่เราได้พบเห็นและใช้กันในปัจจุบัน ตัวโน้ตสามารถบอกหรือสื่อให้นักดนตรีทราบถึง

ความสั้น–ยาว ,สูง – ต่ำ ของระดับเสียงได้ เราจึงควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับลักษณะของตัวโน้ตดนตรี ( Music Notation) พอสังเขปดังนี้

 

ลำดับที่

1

2

3

4

5

6

7

8

ชื่อ

โด

เร

มี

ฟา

ซอล

ลา

ที

โด

อักษร

C

D

E

F

G

A

B

C

หรือ

ชื่อ

Doh

Ray

Me

Fa

Sol

La

Te

Doh

Do

Re

Me

Fa

Sol

La

Si

Do

อักษร

C

D

E

F

G

A

B

C

ขั้นที่
1
2
3
4
5
6
7
8

 

ระดับเสียงคงที่และระยะห่างของเสียง

 

ขั้นที่ 3 กับ 4 และ ขั้นที่ 7 กับ 8 ห่างกันครึ่งเสียง (Semitone ) นอกนั้นห่างกันเต็มเสียง (Tone )

ตัวโน้ต ( Music Notetion )

ตัวโน้ต คือ เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่ใช้บันทึกแทนเสียงดนตรี โดยมีชื่อเรียกตามลักษณะต่าง

ชื่อตัวโน้ตและลักษณะตัวโน้ต

 

ชื่อภาษาไทย

ชื่อภาษาอังกฤษ

ลักษณะตัวโน้ต


1. ตัวกลม


Semibreve

ชื่อตัวโน้ตและลักษณะตัวโน้ต


2. ตัวขาว


Minim


หรือ

 

3. ตัวดำ


Crotchet


หรือ


4. ตัวเขบ็ต 1 ชั้น


Quaver


หรือ


5. ตัวเขบ็ต 2 ชั้น


Semi Quaver


หรือ

 


6. ตัวเขบ็ต 3 ชั้น


Demi – semiquaver


หรือ


7. ตัวเขบ็ต 4 ชั้น


Semi – demi – Semiquaver


หรือ

 

 

บรรทัด 5 เส้น (Staff Line )

บรรทัด 5 เส้น หมายถึง เส้นตรง 5 เส้นขนานกันในแนวนอน โดยนับจากล่างไปหาบนมีไว้เพื่อบันทึกโน้ตและบอกตำแหน่ง

ความสูง- ต่ำของระดับเสียงบรรทัด 5 เส้น

ทฤษฏีดนตรี พื้นฐาน

.

ช่องระหว่างเส้นบรรทัด

การบันทึกตัวโน้ตลงบนบรรทัด5เส้นนั้นจะบันทึกคาบเส้นและช่องระหว่างเส้นด้วย


ช่องระหว่างเส้น

ทฤษฏีดนตรี พื้นฐาน

.

เส้นน้อย( Leger Line )

มีลักษณะเป็นเส้นตรงสั้นมีไว้เพื่อบันทึกตัวโน้ตที่มีระดับเสียงสูง-ต่ำกว่าบรรทัด 5 เส้น

ทฤษฏีดนตรี พื้นฐาน 

การเพิ่มเติมเส้นน้อย นอกจากการบันทึกตัวโน้ตคาบเส้น และระหว่างช่องของ

บรรทัด 5 เส้น แล้วแต่ยังไม่พอแก่ความต้องการ

เพราะยังมีเสียงร้องหรือเสียงดนตรีที่จำเป็นต้องใช้สูงขึ้นไปหรือต่ำลงมาเกินกว่าบรรทัด 5 เส้น

จึงต้องขีดเส้นสั้นๆเพิ่มขึ้นมา เพื่อบันทึกตัวโน้ตตามต้องการ เส้นที่ขีดเพิ่มเติมนี้เรียกว่า

“ เส้นน้อย”

 

ตัวโน้ตที่บันทึกบนบรรทัด 5 เส้น และเส้นน้อย

 

1 .ตัวโน้ตคาบเส้นมี 5 ตัว

ทฤษฏีดนตรี พื้นฐาน

2 .ตัวโน้ตระหว่างช่องมี 4 ตัว

ทฤษฏีดนตรี พื้นฐาน

3 .ตัวโน้ตบนและล่างมี 2 ตัว

ทฤษฏีดนตรี พื้นฐาน

4 .ตัวโน้ตคาบเส้นน้อย

ทฤษฏีดนตรี พื้นฐาน.

5 .ตัวโน้ตบนและล่างเส้นน้อย

ทฤษฏีดนตรี พื้นฐาน

คอยติดตามในบทที่ 2 ในครั้งต่อไป นะคะ