วงดนตรี

วงดนตรีงานแต่งงานและงานเลี้ยงสังสรรค์ รับแสดงดนตรี
ยินให้คำปรึกษา ติดต่อกับนักดนตรีโดยตรง โทร 084- 4230595 นุช/ คุณพงษ์พันธ์ pianist 081-2566576

พิธีแต่งงานแบบจีน

วันแต่งงานคือวันที่ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวถือว่าเป็นวันที่มีความสุขที่สุดและได้สมมาดปรารถนาในความรัก

แต่ในวันแต่งงานก็ถือได้ว่าเป็นวันที่ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเหน็ดเหนื่อยมากที่สุดเช่นกัน สำหรับพวกเราชาวเอเชีย

เนื่องจากประเพณีของชาวเอเชียที่ว่าด้วยการแต่งงานที่เริ่มตันตั้งแต่พิธีในตอนเช้าไปจนถึงงานฉลองมงคลสมรส

ในตอนกลางคืน ในประเทศจีนก็เช่นกัน ประเพณีในงานแต่งงานของที่นี่ได้สร้างภาระให้หนุ่มสาวอย่างหนักเช่นกัน

เนื่องจากสังคมจีนเป็นสังคมที่รักษาหน้าตาของตนเองในสังคมเช่นเดียวกับสังคมไทย

ดังนั้นพ่อแม่ของคู่บ่าวสาวส่วนใหญ่มักจะจัดงานให้ใหญ่โตเพื่อให้เป็นเกียรติแก่บ่าวสาวและครอบครัว และยืนยันฐานะของตน

และครอบครัวในสังคม ใครๆที่เคยเป็นลูกหลานของคนจีนในประเทศไทยที่เคยผ่านพิธีแต่งงานแบบคนจีนในประเทศไทย คงเคย


เรียนรู้ประเพณีนี้บ้าง ซึ่งพิธีแต่งงานในประเทศจีนและพิธีแต่งงานของคนจีนในประเทศไทยเหมือนกันจนแทบแยกความแตกต่างไม่ออก

เนื่องจากการสืบสานประเพณีแต่งงานของคนจีนโพ้นทะเลในประเทศไทยที่เอามาจากประเทศจีนแทบทั้งหมดจนจบครบกระบวนการ

ขั้นตอนการแต่งงานตามประเพณีจีน

ในสมัยก่อน การหมั้นและการแต่ง นิยมให้เป็นคนละวันกันบางคู่หมั้นแล้วอีกสามเดือนหกเดือนค่อยแต่งบางบ้านหมั้นนานเป็นปีก็ม

แต่สมัยนี้นิยมสะดวก ก็อาจหมั้นและแต่งในวันเดียวกันไปเลยเครื่องขันหมากสำหรับหมั้น และวันแต่งคนละวันกัน

จะมีธรรมเนียมว่าวันหมั้นฝ่ายหญิงเป็นผู้กำหนดว่าจะให้มีอะไรและจำนวนมากน้อยเท่าใดอย่างไรก็ตาม

ถ้าวันหมั้นและวันแต่งคนละวันกันจะมีธรรมเนียมว่าวันหมั้นฝ่ายหญิงเป็นผู้รับภาระเรื่องการเลี้ยงหมั้นแล้ววันเลี้ยงวันแต่งงาน

เป็นหน้าที่ของฝ่ายชายซึ่งข้อกำหนดปรับ เปลี่ยนได้ตามฐานะของทั้งสองฝ่าย ขั้นตอนการแต่งงานตามประเพณีจีนมีดังนี้

หาฤกษ์แต่งงาน และฤกษ์รับตัวเจ้าสาว

ความสำคัญของพิธีแต่งงานแบบจีนอยู่ที่ฤกษ์รับตัวเจ้าสาวซึ่งทางพ่อแม่ของทั้งคู่จะนำดวงของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไปให้

ซินแสตรวจและหาฤกษ์ให้เมื่อได้ฤกษ์แล้ว ก็จะต้องตระเตรียมงานพิธี

สิ่งที่เจ้าบ่าว ต้องเตรียม

ระหว่างนี้เจ้าบ่าวจะต้องให้หญิงหรือชายซึ่งมีลูกดกและคู่ชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่มาทำพิธีปูเตียงในห้องหอโดยจะวางส้ม4ลูก

ไว้บนเตียงทั้ง4มุมเมื่อปูเสร็จแล้วก็ต้องทิ้งไว้อย่างนั้น ยังไม่ให้เจ้าบ่าวนอน การเตรียม "ขนมขันหมาก" ซึ่งเป็นขนมและผลไม้ต่างๆ

มามอบให้ครอบครัวเจ้าสาวก่อนวันงานจะต ้องติดกระดาษแดงเป็นตัวอักษรภาษาจีนที่แปลเป็นไทยว่า "ความสุขยกกำลังสอง"

สิ่งที่ เจ้าสาว ต้องเตรียม

ส่วนทางเจ้าสาว ก็เตรียมสัมภาระที่จะนำติดตัวไปด้วยเช่น กระเป๋าเดินทาง เซฟใส่เครื่องประดับ หมอนปักรูป หงส์มังกร 1 คู่

บางรายก็อาจจะเพิ่มผ้านวมหรือเครื่องนอนชิ้นอื่นๆ รวมทั้งเสื้อเอี๊ยม เพื่อให้รู้ว่าเป็นเมียเอกนะ เจ้าสาวบางรายที่มีฐานะดีๆ

สายคล้องคอเอี๊ยมก็จะเป็นสร้อยทอง และในเสื้อเอี๊ยมนี้จะใส่โหงวอิ๊กอี้ ซึ่งเป็นผลไม้ตากแห้งและต้นชุ่งเช่าไว้สำหรับนำไป

ปลูกที่บ้านเจ้าบ่าวพร้อมกาละมังลา ยนกคู่ กระโถนกับกาตอเฉียะ (ไม้วัดและกรรไกรตัดผ้า) รวมทั้งเข็มและด้าย

เพื่อให้รู้ว่าเจ้าสาวเป็นคนเย็บปักถักร้อยเก่ง ข้าวของเครื่องใช้จะต้องเป็นสีแดง หรือ สีชมพูเท่านั้น

3 วันก่อนวันงาน เจ้าสาวสมัยเก่าจะต้องมังหมิ่ง เพื่อกันขนที่รกใบหน้าออก ถือเป็นเคล็ดลับเสริมความงามแบบโบราณอย่างหนึ่ง

1 วัน ก่อนวันงาน ในคืนก่อนวันงาน ก็จะอาบน้ำใบทับทิมและใบเซียงเช่า เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยชำระล้างสิ่งชั่วร้ายให้หมดไป

จากนั้นจะสวมชุดใหม่และนั่งลงให้หญิงที่มีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์พูนสุข หวีผมให้พร้อมกับกล่าวอวยพรไปด้วย

วันงาน

และในวันแต่งงาน เจ้าสาวจะต้องเสียบปิ่นปักผมกับกิ่งทับทิมไว้บนเรือนผม เพราะเชื่อว่ากิ่งทับทิมจะช่วยให้คนรักใคร่เอ็นดู

และหมายถึงสาวบริสุทธิ์สำหรับเรื่องปิ่น เนื่องจากคนสมัยนี้คิดว่าที่ต้องเสียบปิ่น เพราะบนปลายปิ่นมีคำว่า

"หยู่อี่" ซึ่งหมายความว่า "สมหวัง" แต่แท้จริงแล้วเป็นเคล็ดลับของคนโบราณ เพราะเจ้าบ่าวบางรายไม่เคยมีประสบการณ์การเข้าหอมาก่อน

เมื่อมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงเป็นครั้งแรก บางรายจีงหลั่งไม่หยุดและบางทีอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ คนเฒ่าคนแก่จึงสอนเจ้าสาวไว้ว่า

หากเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ให้เอาปิ่นปักหลังเจ้าบ่าวเพื่อเขาจะได้รู้สึกตัว

วันงาน - พิธีรับตัวเจ้าสาว"ที่บ้านเจ้าสาว"

เมื่อใกล้ถึงเวลาที่ทางเจ้าบ่าวมารับตัว เจ้าสาวจะต้องรับประทานอาหารกับพ่อแม่พี่น้องของตนเป็นมื้อสุดท้ายโดยม

แม่สื่อคอยคีบอาหารให้พร้อมกับกล่าวอวยพร จนได้ฤกษ์ เจ้าบ่าวก็จะนั่งรถคันโก้ผูกโบว์สีชมพูที่กระโปรงหน้ารถมายังบ้านเจ้าสาว

ในการรับตัวเจ้าสาว เจ้าบ่าวจะต้องนำหมูดิบมามอบให้แม่เจ้าสาว แทนยาบำรุงที่ท่านอุตส่าห์ตั้งท้องเจ้าสาวมา เมื่อพบหน้าเจ้าสาวแล้ว

ทั้งคู่ก็ยังต้องผ่านด่านของผู้ที่มากั้นประตู แจกอั่งเปาจนหนำใจเสียก่อนจึงจะลงจากห้องมาทำพิธีที่ชั้นล่างได้ ถึงตอนน
ี้
ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่ (ที่เรียกว่า "ตี่จูเอี๊ย") ไหว้เทพเจ้าเตาไฟ ซึ่งอยู่ในครัวและไหว้บรรพบุรุษของเจ้าสาว

ถ้าหากปู่ย่าตายายของเจ้าสาวยังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องไหว้กับตัว เพื่อบอกกล่าวให้ท่านทราบว่าเจ้าสาวกำลังจะจากครอบครัวไปแล้ว

จากนั้นจึงทำการคารวะน้ำชาพ่อแม่เจ้าสาว

วันงาน - พิธีรับตัวเจ้าสาว"ที่บ้านเจ้าบ่าว"

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีทางบ้านเจ้าสาว ก็มาถึงตอนที่เจ้าสาวจะต้องนั่งรถไปกับเจ้าบ่าว พร้อมด้วยคนถือตะเกียง ซึ่งจะต้องเป็นญาติ

ผู้ชายของฝ่ายหญิงรวมทั้งคนหาบขนม ในการนี้พ่อเจ้าสาวจะเป็นคนจูงเจ้าสาวขึ้นรถ พลางกล่าวอวยพร พร้อมกับพรมน้ำใบทับทิม

ให้ด้วยว่า"ขอให้น้ำศักดิ์สิทธิ์นี้เปลี่ยนคุณหนูให้เป็นคุณหญิง" และก่อนที่เจ้าสาวจะเข้าบ้านเจ้าบ่าว

ถ้าหากเจ้าสาวมีประจำเดือนก็ต้องก้าวข้ามกระถางที่จุดไฟไว้ จึงจะเข้าบ้านได้

แต่ถ้าหาเจ้าสาวไม่มีประจำเดือนก็ไม่จำเป็นทันทีที่เข้ามาในบ้า น บ่าวสาวจะไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่

ไหว้เทพเจ้าเตาไฟและไหว้บรรพบุรุษของเจ้าบ่าวแบบเดียวกับ

ที่ทำที่บ้านเจ้าสาว จากนั้นจึงคารวะน้ำชาพ่อแม่และยกน้ำชาให้ญาติผู้ใหญ่ พิธีการนี้ ถือเป็นการแนะนำให้ญาติๆรู้จักสะใภ้หน้าใหม

่ไปด้วยในตัวและท่านก็จะแจกอั่งเปาพร้อมทั้งอวยพรให้เป็นการตอบแทนบ่าวสาวจะ ทานบัวลอยไข่หวานด้วยกัน

เพื่อทั้งคู่จะได้รักใคร่ปรองดอง และหวานชื่นเหมือนรสชาติและสีของขนมพอรุ่งเช้าถัดจากวันแต่งงาน

เจ้าสาวจะต้องตื่นขึ้นมาปฎิบัติหน้าที่ลูกสะใภ้ปรนนิบัติพ่อแม่ สามีด้วยการยกน้ำล้างหน้าให้ท่าน

บางครอบครัวอาจจะปฎิบัติตามธรรมเนียมนี้ 3 วันหรือบางราย 12 วัน

3 วันหลังจากงานแต่งงาน น้องชายของภรรยาจะเป็นฝ่ายไปรับคู่สามีภรรยาหน้าใหม่ กลับมาเยี่ยมและ

รับประทานอาหารที่บ้านเจ้าสาว และเจ้าสาวจะได้รับการต้อนรับเยี่ยงแขกคนหนึ่ง

สิ่งที่ "เจ้าบ่าว" ต้องจัดเตรียมตามประเพณีจีน


1. เครื่องขันหมาก

เครื่องขันหมาก

1.1 สินสอดทองหมั้น ( เพ้งกิม )

1.1.1 เพ้ง คือ เงินสินสอด แล้วแต่ฝ่ายหญิงจะเรียกร้อง แต่ถ้าเจ้าสาวยังมีอากง อาม่าหรือปู่ย่าอยู่ ฝ่ายชายต้องจัดเงินอั้งเปาอีกก้อนหนึ่ง

ให้เป็นพิเศษ ด้วยพร้อมชุดหมู 1 ชุดอีกต่างหาก โดยพ่อแม่เจ้าสาวจะเป็นผู้รับขึ้นมา กิม คือ ทอง แล้วแต่ฝ่ายหญิงจะเรียกเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าจะพิถีพิถันก็อาจขอเป็น " สี่เอี่ยกิม " แปลว่าทอง 4 อย่าง เพราะเลข 4 เป็นเลขดีของคนจีน

ทอง 4 อย่าง เช่น กำไลทอง สร้อยคอทองคำ ตุ้มหูทอง เข็มขัดทอง

1.2 กล้วย ต้องยกมาทั้งเครือเขียว ๆ ถ้าได้จำนวนหวีเป็นเลขคู่ยิ่งดี แล้วนับจำนวนให้ลงเลขคู่

ถ้าได้ลูกแฝดด้วยก็จะดีมาก เวลาใช้ให้เอากระดาษแดงพันก้านเครือและติดตัวหนังสือ " ซังฮี่ " บนเครือกล้วย

และทาสีแดงบนลูกกล้วยทุกใบ และฝ่ายชายจะต้องเป็นผู้เอากลับ

เมื่อพิธีสู่ขอเสร็จแล้ว กล้วยเป็นผลไม้ที่มี 2 นัยมงคล

- จำนวนผลที่มากมาย อวยพรให้มีลูกหลานสืบสกุลมาก ๆ

- ดึงสิ่งดี ๆ ให้มาเป็นของเรา ซัง แปลว่า คู่ ฮี่ แปลว่า ยินดี ซังฮี่ จึงแปลว่า ความยินดีของหญิงชายคู่หนึ่ง ซึ่งก็คือคู่บ่าวสาวนั่นเอง

1.3 อ้อย 1 คู่ ยกมาทั้งต้น เพื่ออวยพรให้ชีวิตคู่หวานชื่น แต่บางบ้านไม่เอา เพราะเป็นความหวานที่กินยากต้องทั้งปอกทั้งแทะ

1.4 ส้ม เป็นผลไม้มงคลให้โชคดี นิยมใช้ส้มเช้งเขียว ติดตัวหนังสือซังฮี่สีแดงทุกผล และต้องให้จำนวน เป็นเลขคู่แล้วแต่ฝ่ายหญิงกำหนด

ขนมหมั้น,ขนมแต่งงาน

1.5 ขนมหมั้น,ขนมแต่งงาน

ฝ่ายหญิงจะเป็นผู้กำหนดทั้งชนิดและจำนวน การกำหนดชนิดคือ

จะให้เป็นขนม 4 สี เรียกว่า " ซี้เส็กหม่วยเจี๊ยะ " หรือขนม 5 สี เรียกว่า " โหงวเส็กทึ้ง " ประกอบด้วย ขนมเหนียวเคลือบงา,

ขนมเปี๊ยะโรยงา, ขนมถั่วตัด, ขนมข้าวพองทุบ และขนมโก๋อ่อน นอกจากนี้บางบ้านอาจขอให้มีน้ำตาลทราย, ซาลาเปาไส้หวาน,

และคุกกี้กระป๋องด้วยโดยจำนวนของขนมแต่งงานและคุกกี้กระป๋อง ฝ่ายหญิงมักกำหนดจำนวน โดยนับจากจำนวนของญาติมิตร

ที่จะเชิญ มีคำเรียกการให้ขนมแต่งงานแก่ญาติมิตรว่า " สั่งเปี้ย "สั่ง หรือ ซั้ง

แปลว่า ให้ เปี้ย แปลว่า ขนม ในที่นี้หมายถึงขนมหมั้นหรือขนมแต่งงาน

1.6 ชุดหมู เท่าที่พบจะมีประมาณ 3 ถาด

ถาดที่1: เป็นชุดหัวหมูพร้อม4 เท้าและหาง โดยเล็บเท้าต้องตัดเรียบร้อยติดตัวหนังสือซังฮี่

ถาดที่2: เป็นถาดขาหมูสดติดตัวซังฮี่เช่นเดียวกัน

ถาดที่3: เป็น" โต้วเตี้ยบะ" เท่านั้น คือเป็นเนื้อหมูตรงส่วนท้องของแม่หมู เพื่ออวยพรให้เจ้าสาวได้เป็นแม่คน

แม่ทีอุ้มท้องเพื่อให้กำเนิดบุตรแก่ฝ่ายชาย

และมีธรรมเนียมว่าทางฝ่ายหญิง ก็ต้องให้ชุดหมูสดตอบแทนแก่ฝ่ายชาย

แต่ชุดหมูของฝ่ายหญิงจะเป็นชุดหัวใจหมูที่ต้องสั่งพ่อค้าเป็นพิ เศษว่าเป็นชุดหัวใจทั้งยวงที่ยังมีปอดและตับติดอยุ่ด้วยกัน

เมื่อเสร็จพิธี ชุดหัวใจนี้อาจทำได้เป็น 2 แบบ

- แบบ1: คือ ฝ่ายหญิงแบ่งชุดหัวใจให้ฝ่ายชายไปครึ่งหนึ่ง

-แบบ2:คือเอาชุดหัวใจนี้ไปประกอบอาหารให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวรับประทานร่วมกันเพื่อเป็นเคล็ดอวยพรให้หญิงชาย

มีจิตใจร่วมกันเป็นใจหนึ่งใจเดียวกัน

1.7 ของเซ่นไหว้ ที่บ้านเจ้าสาว ฝ่ายชายต้องเตรียมของไหว้ 2 ชุด - ชุด1: สำหรับไหว้เจ้าที่

- ชุด2: สำหรับไหว้บรรพบุรุษ

การจัดเตรียมของไหว้ที่ครบถ้วน จะต้องมีทั้งของคาว ขนมไหว้ ผลไม้ไหว้ เหล้า อาหาร 10 อย่าง ธูปเทียนดอกไม้ และมีของไหว้พิเศษ

คือเส้นหมี่ เพื่ออวยพรให้ชีวิตคู่ยืนยาว และนิยมหาเถ้าแก่ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่นับถือและมีชีวิตครอบครัวที่ด

มาเป็นผู้นำขบวนหรือช่วยถือของขันหมาก เพื่อเป็นสิริมงคล

2. เครื่องขันหมาก มีหลายอย่างที่นิยมแบ่งกันคนละครึ่ง เช่น ขาหมู 2 ขา ก็คนละ 1 ขา อ้อย ขนมขันหมาก ชุดลำไยแห้ง ต้นชุงเฉ้า

ส่วนของที่ฝ่ายชายต้องเอากลับไปทั้งหมด ก็คือ กล้วยเขียวเครือใหญ่, เอี๊ยมแต่งงาน, ชุดหัวใจหมู, ถาดไข่, และถาดส้มเช้งของฝ่ายหญิง

สิ่งที่ "เจ้าสาว" ต้องจัดเตรียมตามประเพณีจีน1. ข้าวของเครื่องแต่งงานของเจ้าสาว 1.1 เอี๊ยมแต่งงาน ตัวเอี๊ยมเป็นสีแดง

สีมงคลให้เฮงๆ ปักลายอักษรซังฮี่ หรือคู่ยินดีและปักตัวหนังสือ 4 คำ "แป๊ะนี้ไห่เล่า" แปลว่า อยู่กินกันจนถึงร้อยป

พร้อมด้วยลวดลายมังกรและหงส์ ซึ่งลายนี้มีชื่อเรียกว่า "เล้งหงกิ๊กเซี้ยง" ให้ความหมายว่าถึงเวลาแห่งความสุขและ

ความรุ่งเรืองที่กำลังมาหา ขอให้คู่สมรสได้พบแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิตใหม่ คือชีวิตคู่ของการอยู่ร่วมกันบนเอี๊ยมมีกระเป๋าให้ใส่

" โหงวเจ๊งจี้ " หรือเมล็ดธัญพืช 5 อย่าง คือ ข้าวเปลือกข้าวสาร ถั่วเขียว สาคู ถั่วดำห่อใส่กระดาษแดงอวยพรให้สามีภรรยา

และลูกของตระกูลได้งอกงามรุ่งเรืองพร้อมทั้งใส่เหรียญทองลายมัง กร เรียกว่า เหรียญกิมเล้ง เพื่ออวยพรให้ร่ำรวย

บางบ้านอาจมีใส่เงินทอง เพิ่มเข้าไปด้วย แล้วใส่ต้นชุงเฉ้าหรือต้นเมียหลวงที่หน้าตาคล้ายต้นกุยช่าย

ต้นชุงเฉ้านี้คนจีนถือเป็นต้นไม้มงคลหมายถึงเกียรติ

และที่ปากกระเป๋าเอี๊ยมให้เสียบ " ปิ่นทองยู่อี่ " ไว้ให้หมายความว่า ทุกเรื่องให้สมปรารถนา ในวันส่งตัวฝ่ายชายต้องเอาปิ่นยู่อี่มาคืน

เพื่อให้เจ้าสาวได้ติดผมตอนส่งตัว สายของเอี๊ยมนิยมใช้ โซ่ทองคล้องใส่ไว้ ถ้ารวยจริงก็ใช้ทองจริงนิยมเป็นทองหนัก 4 บาท

เพราะถือเคล็ดเลข 4 เป็นเลขดี

1.2 ไข่สีแดง 1 ถาด จัดเป็นเลขคู่ บางบ้านเตรียม 24 ลูก เพื่ออวยพรเป็นนัยว่าเจ้าสาวจะไปให้กำเนิดลูกหลานมาก ๆ

1.3 โอวเต่ากิ๊ว คือ ขนมถั่วดำคลุกน้ำตาล มีแซมข้าวพองสีแดงทำเป็นลูกกลมๆ ที่ร้านขนมบอกว่า นิยมใช้ 14 ลูก หรือ 7 คู่

1.4 ส้มเช้ง ติดตัวซังฮี่ 1 ถาดใหญ่ มีจำนวนส้มเป็นเลขคู่ บางบ้านมีจัดส้มสีทองปนไป 4 ลูกด้วย

1.5 ชุดลำไยแห้ง 2 ชุด

1.6 ชุดชุงเฉ้า 2 ต้น

1.7 อั้งฮวย หรือใบทับทิม เตรียมไว้มาก ๆ แล้วนำมาแบ่งใส่ประดับในของทุกถาดที่ฝ่ายชายจะต้องยกกลับ

1.8 เผือก บางบ้านไม่นิยมไข่ ก็จัดเป็นเผือก คนจีนเรียก " โอวเท้า " หมายถึงความสมบูรณ์ นิยมจัดเป็นเลขคู่

1.9 เม็ดสาคู เอาไว้โรยในของต่างๆ เป็นเคล็ดอวยพร สาคูเม็ดกลม ๆ คู่บ่าวสาวกลมเกลียวกัน

2. เครื่องขันหมาก มีหลายอย่างที่นิยมแบ่งกันคนละครึ่ง เช่น ขาหมู 2 ขา ก็คนละ 1 ขา อ้อย ขนมขันหมาก ชุดลำไยแห้ง ต้นชุงเฉ้า

ส่วนของที่ฝ่ายชายต้องเอากลับไปทั้งหมด ก็คือ กล้วยเขียวเครือใหญ่, เอี๊ยมแต่งงาน, ชุดหัวใจหมู, ถาดไข่, และถาดส้มเช้งของฝ่ายหญิง

อาหารมงคล 10 อย่างสำหรับเจ้าบ่าวเจ้าสาว

คนจีนหลายบ้าน มีธรรมเนียมว่า ในคืนวันส่งตัวเจ้าสาวจะทำอาหาร 10 อย่างที่เป็นเคล็ดมงคลอวยพรให้คู่บ่าวสาว ได้รับประทาน ได้แก่

1. วุ้นเส้น หรือเส้นหมี่ หรือบะหมี่ หมายความว่า ให้รักกันนาน ๆ อายุยืนยาว

2. เห็ดหอม หมายความว่า ให้ชีวิตคู่หอมหวาน

3. ผักกู้ช่าย หรือกุ้ยช่าย หมายความว่า ให้รักกันนาน ๆ หรือ ขอให้รวย

4. ผักเกาฮะไฉ หมายความว่า ให้รักใคร่ปรองดองกัน

5. หัวใจหมู หมายความว่า ให้รักกันเป็นใจเดียว

6. ไส้หมู-กระเพาะหมู หมายความว่า ให้ปรับตัวเข้าหากัน นิสัยใดไม่ดีก็ให้เปลี่ยนเป็นนิสัยที่ดี เพื่อให้มีความสุขและรักกันยืนยาว

7. ตับ หมายความว่า ให้มีความรุ่งเรืองและเจริญก้าวหน้า

8. ปลา หมายความว่า ให้ร่ำรวยเหลือกินเหลือใช้

9. ปู หมายความว่า ให้ทำอะไรได้คล่องแคล่วว่องไว ขยันทำมาหากินและงานสำเร็จลุล่วงเร็วไว(เหมือนปูที่เดินเร็ววิ่งเร็ว )

10. ไก่ หมายความว่า ให้มีความกล้าหาญ มีสติปัญญาและมีความเที่ยงตรง

อาหารมงคล 10 อย่างสำหรับเจ้าบ่าวเจ้าสาว

 

วงดนตรีริเวอร์ไลท์มิวสิครับแสดงดนตรีด้วยรูปแบบของวงดนตรีงานแต่งงาน โดยมีทีมงานนักดนตรีและนักร้องที่มากด้วยฝีมือ

กับประสบการณ์มานานกว่า10 ปี ในราคาที่ถูกและยุติธรรมจากนักดนตรีโดยตรง

เลือกเติมเต็มบรรยากาศในช่วงเวลาพิเศษกับวันดีๆของคุณ กับบทเพลงและนักดนตรีที่คัดสรรจาก

" ตัวตนของนักดนตรีเอง " แล้วความทรงจำดีๆจะอยู่กับคุณตลอดไป


สนใจโทรมาปรึกษากับ วงดนตรี ริเวอร์ไลท์มิวสิคเพื่อแสดงดนตรีในงานต่างๆได้ที่


คุณนุช 084- 4230595 / Line ID : nuchz1610

คุณพงษ์พันธ์ pianist 081-2566576 / Line ID : b.bangbon